การท่องเที่ยวของแต่ละท่านนั้น ก็ย่อมมีแนวทางที่จำเพาะเจาะจงไปตามสไตล์ของแต่ละท่านกันใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งการจะเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องอาศัยการเตรียมตัวศึกษาเส้นทางที่ดี เช่นเดียวกับการจะไปเที่ยว “ดูดาว” ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดวงดาวเช่นกัน บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปแนะนำเกี่ยวกับ “จะไปเที่ยวดูดาวต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?” กันครับ
แนวทางและความรู้เกี่ยวกับการดูดาวแบบพื้นฐาน
►การวัดมุมในระบบพิกัดขอบฟ้าประกอบด้วย มุมทิศ และ มุมเงย
มุมทิศ (Alzimuth) เป็นมุมในแนวราบขนานกับเส้นขอบฟ้า นับจากทิศเหนือในทิศทางตามเข็มนาฬิกาไปยังทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และกลับมายังทิศเหนืออีกครั้ง ซึ่งวัดจากทิศเหนือ (0° ) ไปตามเส้นขอบฟ้าในทิศตามเข็มนาฬิกา ไปยังทิศตะวันออก (90°) ทิศใต้ (180°) ทิศตะวันตก (270°) และกลับมาที่ทิศเหนือ (360°) อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นมุมทิศจึงมีค่าระหว่าง (0° – 360°)
มุมเงย (Altitude) เป็นมุมในแนวตั้งหรือมุมที่มองขึ้นสูงจากขอบฟ้า นับจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปสู่จุดเหนือศีรษะ ซึ่งนับจากเส้นขอบฟ้า (0°) สูงขึ้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ (90°) ดังนั้นมุมทิศจึงมีค่าระหว่าง (0° – 360°) ดังนั้นมุมเงยจึงมีค่าระหว่าง (0° – 90°) นอกจากนี้ยังมีวิธีการวัดระยะเชิงมุมอย่างง่ายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือใด ๆ นั่นก็คือร่างกายของเรานั่นเอง
►การใช้ร่างกายเป็นเครื่องวัดมุม
หากเราไม่มีอุปกรณ์วัดมุมที่ทันสมัยในการออกภาคสนามดูดาวจริง ๆ เราอาจจะต้องใช้ร่างกายของเราเป็นอุปกรณ์วัดมุมชั่วคราวไปก่อนโดยการยื่นแขนของเราไปข้างหน้าให้สุดแขน นิ้วมือของเราทั้ง 5 เป็นเครื่องบอกมุม ได้ดีทีเดียว
– ความกว้างของนิ้วก้อย มีค่าเท่ากับ 1° ดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ กว้าง 1/2° หรือ ครึ่งหนึ่งของนิ้วก้อย
– ความกว้างของนิ้วชี้นิ้วกลางนิ้วนาง สามนิ้วรวมกัน มีค่าเท่ากับ 5° หรือเท่ากับระยะระหว่างดาวคู่หน้าของดาวหมีใหญ่
– ความกว้างของกำปั้น มีค่าเท่ากับ 10° หรือ 9 กำปั้นจากระดับสายตาจะถึง จุดยอดฟ้า Zinith หรือ จุดเหนือศีรษะพอดี
– ความกว้างระหว่างนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย มีค่าเท่ากับ 15° ดาวเหนืออยู่สูงจากขอบฟ้า ประมาณ 15° หรือเท่ากับความกว้างระหว่างนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย
– ความกว้างระหว่างนิ้วโป้ง กับ นิ้วก้อย มีค่าเท่ากับ 20° หรือเท่ากับความยาวของดาวหมีใหญ่
ดูดาวอุทยานไหนดี
►อุทยานแห่งชาติตาพระยา (ลานกลางเต็นท์กลางดง) จังหวัดสระแก้ว
อุทยานแห่งชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จุดชมดาวของอุทยานตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นที่โล่ง เรียกว่า “กลางดง” มีผืนป่าอยู่รอบด้าน มีการควบคุมแสงสว่าง เหมาะสำหรับการชมปรากฏการณ์ฝนดาวตก การดูดาวตาเปล่า และถ่ายภาพทางช้างเผือก ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งมีธรรมชาติที่ยังสวยงามให้ได้ชม และพบเห็นสัตว์ป่าได้ง่ายบริเวณทางเข้ากลางดง สามารถมากางเต็นท์พักแรมได้ตลอดทั้งปี
►อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก มีจุดชมทิวทัศน์ น้ำตกขนาดใหญ่ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหลายสาย มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีทัศนียภาพสวยงาม มีลานสนามหญ้าที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างหลายแห่ง สามารถสังเกตเห็นท้องฟ้าได้รอบทิศทาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ป่าผืนใหญ่ห่างไกลจากแสงสว่างรบกวนในเวลากลางคืน สามารถสังเกตเห็นดวงดาวและทางช้างเผือกพาดผ่านได้ทั่วท้องฟ้า
►อุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยเสมอดาว) จังหวัดน่าน
สถานที่ที่มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติโดดเด่นและได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จุดชมดาวจะอยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน (ดอยผาชู้) บริเวณดอยเสมอดาว และผาหัวสิงห์ จุดนี้มีทัศนวิสัยที่ดี เป็นพื้นที่ควบคุมการใช้แสงสว่างและเปิดโล่งหลายบริเวณ จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของท้องฟ้า สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ และถ่ายภาพทางช้างเผือกที่ทอดยาวผ่านแหล่งท่องเที่ยวของอุทยาน กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์เน้นค่ายดูดาวตอนกลางคืน และสถานที่ถ่ายภาพทางดาราศาสตร์
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกัน หวังว่าจะเป็นแนวทางหรือไอเดียสำหรับสถานที่ดูดาวสำหรับท่านผู้อ่านได้บ้างนะครับ